12 ร้านอาหารเชียงใหม่น่าลอง 🤩 แนะนำโดยคุณ Achaya Israngkura

26/03/2021

คุณ Achaya Israngkura หรือคุณป๊อบ ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Retty วันนี้จะมาแนะนำ “12 ร้านอาหารเชียงใหม่น่าลอง” โดยคุณป๊อบได้กล่าวว่า “ถ้านึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ ก็ต้องนึกถึงอาหารเหนือ ข้าวซอย coffee culture ไร่ชาเขียว บรรยากาศสวนป่าสวย ๆ และแม่น้ำปิง รวมไปถึงโจ๊กมื้อเช้าที่เป็นวิถีชีวิตคนที่นี่และข้าวต้มมื้อดึกที่เป็นตัวแทนของสีสันยามราตรีที่ครึกครื้น ในลิสต์นี้จึงเลือกร้านในแต่ละประเภทที่สื่อถึงความโดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ได้ในระดับนึงค่ะ” ถ้าอยากรู้ว่าจะมีร้านไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย!

1. Roast8ry Lab / นิมมาน pin icon ซอย 3 สุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ของเชียงใหม่นั้นเต็มไปด้วยร้านกาแฟดีๆมากมาย และหนึ่งในร้านที่ได้ชื่อว่าเป็น destination ของเหล่าคอกาแฟ Specialty coffee ก็คือร้าน Roast8ry Lab นี่เองค่ะ หลายคนคงทราบดีว่าร้านนี้เป็นของคุณอานนท์ ธิติประเสริฐ (ต๋อง) บาริสต้าสายแข่งเบอร์ต้นๆของเมืองไทยที่ได้รับรางวัลมามากมายทั้งในระดับประเทศและระดับโลก จุดเด่นที่น่าสนใจของร้านนี้จึงเป็นการนำประสบการณ์จากเวทีแข่งขันมาถ่ายทอดเป็นเมนูกาแฟให้เราสั่งมาลองได้เหมือนได้ตามไปนั่งชิมกับกรรมการด้วยเลย ทางร้านจัดเมนูเป็นหมวดหมู่ให้สั่งง่าย กับครั้งนี้เราเลือกลองกาแฟในหมวด World Class ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก 3 เวทีแข่งขันระดับโลก คือ World Barista Championship, World Latte Art Championship และ World Coffee in Good Spirit Championship โดยเลือกเป็นเมนูนี้ค่ะ ☕️ World Barista Championship เมนูนี้จะเสิร์ฟกาแฟมา 2 แก้ว เป็น Milk Coffee กับ Espresso โดยใช้เมล็ดกาแฟแบบเดียวกับที่แชมเปี้ยนใช้บนเวที แม้แต่ถ้วยกาแฟก็พยายามทำให้มีความจุและรูปร่างใกล้เคียงกับที่มักจะใช้ในการแข่งขันอีกด้วย นอกจากนี้ยังเสิร์ฟน้ำอุ่นมา 1แก้วให้จิบก่อนเริ่มชิมกาแฟ เพื่อไม่ให้มีรสชาติอื่นๆค้างอยู่ในปากไปรบกวนรสกาแฟนั่นเอง ➡ Milk Coffee - 2019 World Barista Champion, main flavor “Orange” [Origin: La Palma, Colombia / Varietal: Geisha] ➡ Espresso - 2018 World Barista Champion, main flavor “Strawberry” [Origin: Guji, Ethiopia / Varietal: Heirloom] ชิมดูแล้ว tasting notes ชัดเจนทั้งคู่ ส้มเป็นส้ม สตรอเบอร์รี่เป็นสตรอเบอร์รี่ เป็นกาแฟแนว fruity ที่ acidity สูงมาก และรสชาติก็โดดเด่นมากเช่นกัน ในแง่ฝีมือการชงคือไม่มีที่ติ Milk Coffee นั้นสัดส่วนฟองนมกับกาแฟกำลังดี texture ฟองนมละเอียดนุ่มนวลละมุนลิ้น ส่วน Espresso ก็หอมเข้ม crema สวยค่ะ นอกเหนือจากที่สั่งมาลองนี้ ทางร้านยังมีเมนูกาแฟสไตล์อื่นๆที่หลากหลายมากๆ ทั้ง Dessert coffee สำหรับคนเพิ่งเริ่มดื่มกาแฟ, coffee cocktails ที่ทางร้านครีเอทขึ้นหลากหลายสูตร และกาแฟแนวคลาสสิกที่ทุกคนคุ้นเคย ไม่ว่าใครก็สามารถมาค้นหากาแฟแก้วที่ถูกใจได้ที่นี่เลย #Rettynewyear2022 เพิ่มเติม
2. ต๋องเต็มโต๊ะ / นิมมาน pin icon ซอยนิมมานเหมินท์ 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
ต๋องเต็มโต๊ะ – ร้านอาหารสไตล์ล้านนาชื่อดังของเชียงใหม่ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูที่หลากหลาย เสิร์ฟเป็นจานย่อมๆราคาอย่างละไม่ถึงร้อย ทำให้สั่งมาลองกันได้จนเต็มโต๊ะสมกับชื่อร้าน ปัจจุบันร้านขยายสาขามาที่กรุงเทพฯแล้ว แต่เมื่อได้ไปถึงเชียงใหม่ ก็ขอไปลองฝีมือที่สาขาดั้งเดิมในซอยนิมมานเหมินท์ 13 กันหน่อยค่ะ ➡️ ปูอ่อง เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือที่ทำจากมันปูนาย่างผสมกับไข่ไก่ เกลือ และเครื่องปรุงต่างๆ สูตรของที่นี่ทำออกมาได้รสชาติละเมียดละมุนมาก ปูอ่องเนื้อเนียนนุ่มสีเหลืองกระจ่าง หอมมันปูกรุ่น ไม่มีสีคล้ำปนและไม่มีกลิ่นคาวแทรกเลย เอาคลุกกับข้าวหรือข้าวเหนียวทานอร่อยสุดๆค่ะ ➡️ ลาบหมูคั่ว เป็นลาบแบบของทางเหนือ มีรสเผ็ดเบาๆพอร้อนๆจากมะแขว่น กลิ่นเครื่องเทศหอมชัด ไม่เปรี้ยวแบบลาบอีสาน นอกจากนี้ยังโรยพริกแห้งและกระเทียมเจียวเพิ่มความหอม ใส่แคบหมูแบบไร้มันกรอบๆมาด้วย ทานเข้ากันดีมากๆ เนื้อหมูที่ใส่ไม่ปนมันเยอะ เป็นอีกเมนูที่โดนใจเลย ➡️ น้ำพริกอ่อง จานนี้ทำได้ดีตามมาตรฐานทั่วไป รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมดี เสิร์ฟมาพร้อมผักต้ม แนะนำให้สั่งแคบหมูกรอบๆมาทานคู่กันด้วยอีกจานจะยิ่งเข้ากันจ้า ➡️ แคบหมูติดมัน แคบหมูธรรมดาๆแต่ของเค้าคือเด็ดจริง ทอดมาใหม่ๆกรอบฟู ไม่มีส่วนแข็งๆแทรกกวนใจเวลาเคี้ยวเลย ทานเพลินแบบหยุดไม่ได้กันทีเดียว ➡️ หมูยอทอด อันนี้ธรรมดาทั่วไป สั่งมาทานเล่นได้เพลินๆนะ ➡️ แกงฮังเล หมูเนื้อนุ่มละมุน เครื่องแกงหอมกรุ่น รสสัมผัสเข้มข้น น้ำแกงไม่มันมาก แถมยังใส่ขิงซอยตัดเลี่ยน อร่อยลงตัวเลย ➡️ แกงแคไก่ เมนูนี้หาทานว่ายากแล้ว ยิ่งจะหาที่อร่อยถูกใจยิ่งยากไปอีก มาเจอของที่นี่คือเลิฟเลย รสเครื่องแกงคือเป๊ะ ความเข้มข้นคือได้ สอบผ่านฉลุยค่ะ แพ้ที่คุณย่าเคยทำให้ทานไปนิ้ดดด..เดียว 555 โดยรวมร้านนี้คือดีจริงสมกับชื่อเสียง ว่ากันว่าถ้าเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะๆนี่คิวอย่างยาว ใครยังไม่สะดวกไปลองที่เชียงใหม่จะจัดสาขาที่กรุงเทพฯไปพลางๆก่อนก็ได้นะคะ #Rettynewyear2022 เพิ่มเติม
3. โจ๊กต้นพยอม / ตลาดต้นพยอม pin icon 257/15 Suthep Rd, เทศบาลนครเชียงใหม่ Amphoe Mueang Chiang Mai, Chang Wat Chiang Mai 50200 タイ
user icon
Achaya Israngkura
“โจ๊กต้นพยอม” – ร้านโจ๊กชื่อดังที่อยู่คู่เชียงใหม่มายาวนานกว่า 30 ปีเจ้านี้ตั้งอยู่ริมถนนสุเทพ ใกล้ๆกับตลาดต้นพยอมค่ะ เพียงก้าวเท้าเข้าร้านไปก็เห็นรูปของเหล่าดาราและรางวัลจากนักชิมชื่อดังแปะอยู่เต็มฝาผนังทั้งสองด้าน รวมถึงป้ายเชลล์ชวนชิมที่รับประกันความอร่อยให้ทางร้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ด้วย เมนูที่นี่หลากหลายพอสมควร เราเลยขอจัดมื้อเช้ารับอรุณกันไปชุดใหญ่ตามนี้เลย ➡️ โจ๊กหมู + ไข่ / โจ๊กซี่โครงหมู + ไข่ / โจ๊กปลา-กุ้ง-หมึก โจ๊กที่นี่ทำจากข้าวหอมมะลิเคี่ยวจนเนื้อเนียนแล้วนำมาต้มกับน้ำซุปกระดูกหมู ทำให้ได้เนื้อโจ๊กที่ทั้งข้นและเนียนนุ่ม รสชาติโจ๊กจะอ่อนๆ ถ้าเลือกเครื่องทะเลซึ่งใส่เนื้อปลา-กุ้ง-ปลาหมึกสดๆรสก็จะจืดไปนิด ต้องปรุงเพิ่มเยอะหน่อย เทียบกันแล้วเราเลยชอบโจ๊กหมูสับที่มีการปรุงรสในเนื้อหมูมาบ้างแล้วมากกว่า ส่วนซี่โครงหมูก็นุ่มดี ร่อนออกจากกระดูกได้ง่ายๆ สั่งใส่ไข่ออนเซนเพิ่มความอร่อยยิ่งลงตัวค่ะ ➡️ ติ่มซำ สั่งมา 1 ชุด ประกอบไปด้วยฮะเก๋า ขนมจีบกุ้ง และเกี๊ยวนึ่ง รสชาติกลางๆพอใช้ได้นะ ➡️ ของทอด เริ่มต้นจากปาท่องโก๋ ทอดมาใหม่ๆร้อนๆ มีสังขยาเคียงมาให้จิ้ม ทานเพลินทีเดียว ต่อด้วยเกี๊ยวซ่าที่ยัดไส้หมูมาตู้มๆอัดแน่น ทอดมากรอบๆ จานนี้เราชอบมาก ส่วนทีเด็ดก็คือเต้าหู้ทอดที่ใช้เต้าหู้ไทยใหญ่โฮมเมดทำสดใหม่วันต่อวัน ทอดจนผิวนอกกรอบนิดๆ เนื้อในเนียนนุ่ม จิ้มกับน้ำจิ้มข้นๆหวานอมเปรี้ยวใส่ถั่วบดคือดีงามสุดๆ ➡️ เกาเหลาเลือดหมู – หมูล้วน เลือกแบบหมูล้วน ก็เลยไม่มีเครื่องใน เนื้อหมูเป็นหมูสับปั้นก้อนแบบเดียวกับที่ใส่ในโจ๊ก น้ำซุปหอมกลมกล่อม ใส่ใบจิงจูฉ่ายที่เชื่อว่าดีต่อสุขภาพด้วย ชอบค่ะ #Happynov2021 เพิ่มเติม
4. ข้าวต้มย้ง สาขาถนนสุเทพ / สนามบินเก่า pin icon ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
ข้าวต้มย้ง - เป็นร้านข้าวต้มร้านดังของเชียงใหม่ที่ได้รับรางวัล BIB Gourmand จาก Michelin Guide 2020 – 2021 ปัจจุบันร้านนี้มีอยู่ 2 สาขา โดยสาขาที่เราแวะไปนี้เป็นสาขาดั้งเดิมบนถนนสุเทพที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ตัวร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ส่วนชั้นบนติดแอร์เย็นฉ่ำ เปิดร้านเฉพาะช่วงเย็นๆไปจนถึงดีกตามสไตล์ร้านข้าวต้มราตรีทั่วไป ข้าวต้มที่นี่เนื้อเนียนนุ่มเหนียวนิดๆเคี่ยวกำลังอร่อย เมนูกับข้าวก็มีให้เลือกหลากหลายเป็นเล่มโต เราสั่งกันมาหลายอย่างตามนี้เลยค่ะ ✅ เมนูที่สั่ง ✅ 🔥 [อาหารประเภทผัด] ➡️ หอยลายผัดพริกเผา (60-) เมนูแนะนำจากมิชลิน รสชาติน้ำพริกเผาจัดจ้านไม่ติดหวาน เผ็ดกำลังดี ผัดแบบพอสะดุ้งไฟ ใบโหระพายังเขียวสวยและหอมได้ใจ เด็ดจริงไรจริงค่ะ ➡️ หมูสับหนำเลี๊ยบ (40-) ➡️ หมูสับปลาเค็ม (60-) เป็นสองเมนูที่คล้ายคลึงกัน ใช้หมูสับกึ่งเนื้อกึ่งมัน ผัดรวนแห้งๆแบบยังมีความนุ่มอยู่ ใส่กระเทียมเจียวกรอบๆหอมๆ เรื่องรสชาติคือเป๊ะทั้งคู่ แต่แอบชอบหมูสับปลาเค็มมากกว่าก็ตรงที่มีรสเผ็ดแทรกเบาๆพอชูรส และผัดมาได้หอมควันเด่นชัดกว่า (อันนี้อาจขึ้นอยู่กับมือผัดแต่ละกระทะนะคะ) ➡️ กะพงผัดคื่นช่าย (100-) ปลากะพงเนื้อหนาพอควร ทอดกรอบนอกนุ่มใน ผัดใส่คื่นช่าย ปรุงรสอ่อนๆ ใส่พริกสดมานิดหน่อยพอชูรส จัดว่าพอใช้ได้อยู่นะ ➡️ ผัดมะเขือยาว (60-) ➡️ ผัดผักบุ้งไฟแดง + หมูกรอบ (50-) สไตล์ผัดผักร้านนี้เป็นแบบที่ชอบเลย คือหอมควัน ผักยังคงความเขียวสดน่าทานอยู่ มะเขือยาวมีรสหวานอ่อนๆตามธรรมชาติ ใส่หมูสับ พริก โหระพา คืออร่อยลงตัว ผักบุ้งไฟแดงก็กรอบดีมาก หมูกรอบใส่มาไม่เยอะแต่หนังกรอบกริ๊บหอมมันแบบรู้ว่าทอดใหม่ๆ ทานกับข้าวต้มร้อนๆนี่ฟินไปยาวๆ 🍲 [อาหารประเภทต้ม] ➡️ จับฉ่าย (40-) จับฉ่ายที่นี่รสอ่อนๆกลมกล่อม เคี่ยวจนผักเปื่อยน้ำขลุกขลิก ทานเพลินดีทีเดียว 🌶 [อาหารประเภทยำ] ➡️ ยำบะเต็ง (60-) ➡️ ยำปลาสลิด (60-) ➡️ ยำเนื้อปลา (80-) ฝีมือยำคือเป๊ะเลย เปรี้ยวนำ เค็มเผ็ดตาม อร่อยลงตัวทุกอย่าง บะเต็งที่นี่เป็นแบบกรอบๆกัดกร้วมเคี้ยวสนุก ปลาสลิดกรอบใหม่ชิ้นหนาๆใส่กระเทียมดองเพิ่มรสชาติ ส่วนเนื้อปลากะพงก็นุ่มไม่มีคาว ชอบค่ะ 🍨 [ของหวาน] ไม่แน่ใจว่าทางร้านทำเองหรือรับมาขาย แต่ของหวานที่นี่เครื่องแน่นดีมาก ไม่ว่าจะเป็นแปะก๊วยน้ำลำใยที่ใส่แปะก๊วยและเนื้อลำไยแห้งชิ้นอวบๆมาแบบจุใจ หรือไอศกรีมมะพร้าวเนื้อเนียนที่ใส่ทั้งมันต้ม ถั่วแดง วุ้นมะพร้าว และลูกชิดมาท่วมๆ เป็นการตบท้ายมื้ออร่อยนี้ได้อย่างสดชื่นดีเลย โดยรวมจัดว่าเป็นร้านข้าวต้มฝีมือจัดจ้าน เด็ดจริงสมกับชื่อเสียง ช่วงหัวค่ำๆคนค่อนข้างเยอะ แต่การบริการก็ว่องไว รสชาติอาหารดีงามสอบผ่านทุกอย่าง เป็นอีกหนึ่งร้านห้ามพลาดของเชียงใหม่เลยล่ะค่ะ #Funnyoct2021 เพิ่มเติม
5. ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม / ฟ้าฮ่าม pin icon ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม เป็นร้านเก่าแก่ระดับตำนานของเชียงใหม่ที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคุณแม่ลำดวนผู้ก่อตั้งร้านนี้ได้นำเอาข้าวซอยน้ำซุปใสๆของชาวจีนฮ่อมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรสนิยมคนไทยด้วยการคิดค้นสูตรน้ำกะทิแกงขึ้นเป็นเจ้าแรก และได้รับความนิยมแพร่หลายจนกลายเป็นข้าวซอยแบบที่เราคุ้นเคยกันมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันทางร้านได้ขยายสาขาไปหลายแห่งทั้งที่เชียงใหม่และในกรุงเทพฯ สำหรับมื้อนี้เราได้แวะไปลองที่สาขาดั้งเดิมบนถนนเจริญราษฎร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ได้รับรางวัล Michelin Plate 2020-2021 โดยเลือกสั่งมาลองกันตามนี้เลยค่ะ ➡️ ข้าวซอยไก่ / เนื้อ / หมู (กระดูกอ่อน) ความโดดเด่นของข้าวซอยที่นี่คือเครื่องแกงหอมมาก น้ำแกงกะทิแตกมันกำลังสวย เข้มข้นแต่ไม่คลั่กจนเลี่ยน หยอดหัวกะทิโรยหน้าเล็กน้อย รสชาติดีสมกับชื่อเสียง มีจัดเครื่องเคียงทั้งพริกผัดน้ำมัน มะนาว ผักดอง หัวหอม ให้เติมตามชอบใจ ทางร้านทำเส้นข้าวซอยเอง เหนียวนุ่มดีมากๆ ส่วนเส้นทอดกรอบก็กรอบใหม่จริงๆ อร่อยค่ะ ในส่วนของเนื้อสัตว์สามารถเลือกได้ทั้งเนื้อวัว ไก่ หมู และลูกชิ้นหมู เนื้อวัวใช้เป็นเนื้อน่องตุ๋นมาจนนุ่ม เนื้อหมูติดกระดูกอ่อนจะนุ่มกลางๆไม่ถึงกับเปื่อย ส่วนเมนูที่ได้รับการแนะนำไว้ใน Michelin Guide นั้นคือข้าวซอยไก่ที่ใส่น่องไก่สวยๆมาให้ชิ้นโต และมีเนื้อไก่ใส่มาให้ด้วยอีกต่างหาก ชิมแล้วเนื้อน่องไก่ทั้งนุ่มทั้งแน่น เลาะจากกระดูกได้ง่ายๆ ซึมซาบรสน้ำแกงเต็มที่ เด็ดจริงสมคำร่ำลือเลยล่ะ ➡️ ขนมจีนน้ำเงี้ยว เครื่องแกงหอมดีอีกเช่นกัน ใส่เนื้อหมูติดกระดูกมาราวๆ 2-3 ชิ้น รสชาติเข้มข้นพอใช้ได้ แต่เทียบแล้วก็ยังไม่โดดเด่นเท่าข้าวซอยที่เป็นเมนูเอกของร้านนะ ➡️ ชุดไส้อั่ว - น้ำพริกหนุ่ม – แคบหมู ไส้อั่วที่นี่เนื้อแน่น ใส่มันหมูเด้งๆเยอะหน่อย แต่รสชาติเครื่องแกงทั้งหอมทั้งเผ็ดเข้มข้น ก็เลยสมดุลกับความมันพอดี อร่อยค่ะ สำหรับแคบหมูนั้นค่อนข้างธรรมดาทั่วไป ไม่ถึงกับกรอบกริ๊บแบบร้านที่ทอดใหม่ๆจากกระทะ ส่วนน้ำพริกหนุ่มจะได้กลิ่นพริกหยวกสดเด่นชัด รสชาติเผ็ดกลางๆ เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีลวก ทานเพลินทีเดียว นอกจากที่ได้ลองไปนี้ ทางร้านยังมีเมนูอื่นๆให้เลือกอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมูสะเต๊ะ กุ้งแพทอด ข้าวหมกไก่ ข้าวขาหมู และขนมรังผึ้ง เรียกได้ว่าครบครันทีเดียว นับเป็นร้านหนึ่งที่ถ้าได้มาเชียงใหม่ก็น่าแวะมานะคะ #Funnyoct2021 เพิ่มเติม
6. ชมคาเฟ่ เชียงใหม่ / แม่เหี๊ยะ pin icon ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
#Chiangmai #CHOM #เชียงใหม่ #ชม #MichelinPlate2021 #แม่เหียะ #FoodTrip4Fun [For English, please scroll down] CHOM Café & Restaurant – ร้านที่มีชื่อภาษาไทยสั้นๆว่า “ชม” นี้นอกจากจะดูพ้องกับชื่อย่อของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว บรรยากาศภายในร้านยังน่าชมสมชื่อจริงเสียด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสวนที่ตกแต่งสไตล์ Tropical เพียบพร้อมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มร่มรื่น ธารน้ำไหลริน น้ำตก และละอองไอน้ำที่ทำขึ้นให้ดูเหมือนหมอกจางๆ ชวนให้นึกถึงป่าในเทพนิยาย สวยจนได้รับเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำโฆษณารีเจนซี่ที่เราคุ้นตากัน จัดเป็นร้านต้องแวะของสายถ่ายรูปเลยล่ะค่ะ นอกจากบรรยากาศจะโดดเด่นแล้ว อาหารของที่นี่ก็คุณภาพดี presentation สวยงาม การันตีด้วยรางวัล Michelin Plate 2021 ฉะนั้นเราก็ต้องขอจัดชุดใหญ่มาลองกันซะหน่อย 🇹🇭 [อาหารไทย] ➡️ ชม สันคอหมูย่าง (160-) เป็นเมนูที่ยกให้เด็ดสุดในมื้อนี้ เนื้อหมูหมักได้นุ่มละมุนมาก สัดส่วนเนื้อกับมันกำลังดี หอมกลิ่นย่างกรุ่น น้ำจิ้มก็รสดี ผักที่เคียงมาคัดอย่างสวยสดกิ๊ก อร่อยถูกใจ ➡️ ยำส้มโอกุ้งสด (190-) จานนี้ดีงามห้ามพลาด ฝีมือยำเป๊ะพอดิบพอดี เนื้อกุ้งสดเด้ง ส้มโอคัดมาอย่างดีรสแหลมสดชื่น ลงตัวมากๆ ➡️ มัสมั่นน่องไก่ + โรตี (195-) เครื่องแกงหอมใช้ได้ รสชาติดีแต่น้ำแกงไม่ค่อยข้น ส่วนแป้งโรตีทอดอมน้ำมันไปนิดค่ะ ➡️ เมี่ยงคำสมุนไพร (150-) เป็นอีกอย่างที่ทำได้ดี น้ำเมี่ยงคำเข้มข้น กุ้งแห้งตัวกลางๆ มะพร้าวและถั่วคั่วใหม่ๆ หอม ทานเพลินทีเดียว ➡️ ชม ข้าวผัดน้ำพริกมันปู (280-) ข้าวผัดกับมันปูหอมๆ โรยเนื้อปูเศษๆมาด้านบน รสชาติกลมกล่อมดี ทานกับพริกสดและถั่วที่เคียงมาก็ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มรสสัมผัสได้ดี ➡️ ชม ข้าวผัดน้ำพริกคุณย่า หมู (110-) จานนี้น้ำพริกที่ใช้จะเผ็ดหน่อยๆเหมาะกับสายจัดจ้าน เนื้อหมูก็นุ่มดี ใช้ได้อยู่นะ 🍝 [อาหารฝรั่ง] ➡️ สปาเกตตี้โบโลเนส (175-) เส้นสปาเกตตี้ลวกได้ระดับความหนึบกำลังดี แต่ซอส Bolognese ไม่เข้มข้นเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยปลื้มค่ะ ➡️ สปาเกตตี้คาโบนาร่า (190-) จานนี้ทำได้ดีกว่าโบโลเนสเยอะ ซอสเข้มข้น หอม มัน ใส่ไข่แดงนัวๆและขูดชีส Parmesan โรยมาแบบไม่หวง เบคอนมีทั้งแบบเนื้อนุ่มและแบบทอดกรอบกริ๊บ ให้สัมผัสที่ตัดกันดี อร่อยค่ะ 🍨 [ของหวาน] เลือกลองเป็นไอศกรีม เนื้อไอศกรีมค่อนข้างธรรมดา ตักมาก้อนโต แต่งด้วยมาร์ชเมลโลว์ ดูแล้วเป็นไอศกรีมแบบเด็กๆ นั่นล่ะ ในแง่รสชาติอาหารรวมๆแล้วก็มีทั้งจานที่ชอบมาก-น้อยลดหลั่นกันไป แต่ก็เห็นได้ถึงความประณีตทั้งในเรื่องรายละเอียดและการตกแต่งจาน เมื่อรวมกับบรรยากาศที่สวยงามแล้วจึงทำให้เป็นร้านน่าแวะเบอร์ต้นๆร้านนึงของเชียงใหม่เลยล่ะค่ะ ======================================== Adorned with a picturesque lush green garden, the 2021 Michelin Plate holder “CHOM Café & Restaurant” is one of Chiangmai’s most Instagram-worthy place. Set in the center of the restaurant’s outdoor area, the garden looks like a misty, magical forest coming right out of a fairytale. And when it comes to food, both Thai and western dishes are prepared with presentations no less beautiful than the surrounding ambiences. 🇹🇭 [Thai food] ➡️ Grilled pork neck (160 Bht) This, in my opinion, is the most spectacular dish of this meal. The pork neck had good meat:fat ratio and marinated until very tender. The charred fragrance was prominent, and the dipping sauce was tasty. ➡️ Pomelo salad with prawns (190 Bht) Another impressive dish that’s too good to miss. The prawns were fresh. The pomelo had a vibrant zesty-sweet taste. And the seasoning was spot on. ➡️ Chicken massaman curry + Roti (195 Bht) The curry’s texture was rather thin, but taste was good. Chicken meat was very tender. The roti was a bit too oily though. ➡️ Miang Kham (150 Bht) This Betel leaf wrap is said to be “Thai royal appetizer”. Ingredients are fresh Betel leaf, dried shrimps, roasted grated coconut, peanuts, limes, chilis, shallots, ginger, and a thick sweet-salty sauce. Go for it if you like the fragrance of Betel leaf. ➡️ Fried rice with crab paste (280-) ➡️ Grandma’s fried rice with chili paste (110-) These fried rice dishes can be a good choice for solo diners who want to have a single dish meal. Go for the crap paste if you like mild, mellow flavor. If you like something with strong flavor and a bit spicy, order the Grandma’s. 🍝 [Western Food] ➡️ Spaghetti Bolognese (175 Bht) ➡️ Spaghetti Carbonara (190 Bht) Spaghetti Bolognese was made in Thai style, which means the sauce was too thin and watery for my likings. Spaghetti Carbonara, on the other hand, was delicious. It had rich, intense creaminess that went well with egg yolk and parmesan. The mix of tender and crispy bacons gave contrasting texture that helps enhance the flavor even more. 🍨 [Desserts] ➡️ Ice cream Served in a big cup and decorated with marshmallows, it was obvious that ice cream here is made to put big grins on little kids’ faces. While it wasn’t an artisanal ice cream, it did a good enough job to clean the palate after a meal. ======================================= 📌 Address: 2/13 Moo 2 Somphot Chiang Mai 700 Pi Rd, Mae Hia, Mueng Chiang Mai 50100 📌 ที่อยู่: 2/13 ม.2 ถนน สมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ตำบล แม่เหียะ เมือง เชียงใหม่ 50100 📞 Tel. 053271749 / 065-4388188 (Reservation recommended) 📱 FB: https://www.facebook.com/chomcafeandrestaurant #Rettysep2021 เพิ่มเติม
7. Ji matcha teatime / นิมมาน pin icon ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
[For English, please scroll down] สำหรับคนที่คิดถึงประเทศญี่ปุ่น หรือชื่นชอบวัฒนธรรมการดื่มชามัทฉะควบคู่ไปกับขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิด ก็น่าจะถูกใจร้าน “Ji Matcha Tea Time” ที่เชียงใหม่นี้ค่ะ ร้านนี้ตกแต่งแบบโรงน้ำชาสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Chaya (茶屋) โครงสร้างร้านแบ่งเป็น 2 ฝั่ง มีสวนหินแบบ Zen คั่นกลางให้ความรู้สึกสงบร่มรื่น บรรยากาศนี่เหมือนกับยกร้านน้ำชาย่าน Gion มาไว้ที่ใจกลางนิมมานเลย นั่งจิบชา-ชิมขนมไปเพลินๆ ใจก็ปลิวไปถึงญี่ปุ่นได้แบบทิพย์ๆ กันทีเดียว สำหรับขนมที่สั่งมาลองก็ตามนี้เลยค่ะ 🌸 Anmitsu (200-) ขนมอันมิตสึ (Anmitsu: あんみつ) นั้นเป็นขนมยอดนิยมประจำหน้าร้อนของญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านก็ทำออกมาได้เกือบครบองค์ประกอบ คือมีวุ้น แป้งโมจิรสชาเขียว ไอศกรีมชาเขียวเนื้อเนียนอัดมาเป็นรูปดอกไม้สวยงาม โรยผงถั่วเหลืองบดหรือคินาโกะ (Kinako: きな粉) แยกถั่วแดงกวนและน้ำเชื่อมคุโรมิตสึมาต่างหากในสำรับ ในส่วนของผลไม้นั้นเคยเห็นในรูปว่าทางร้านใช้เป็นเชอร์รี่สดดูน่าทานมาก แต่วันที่ไปพนักงานแจ้งว่าไม่มีลูกเชอร์รี่เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาล เลยจัดเป็นวุ้นคันเตน (Kanten: 寒天) รสมะพร้าวมาให้แทน ในแง่มูลค่าถือว่าไม่ขาดทุน ในแง่รสชาติคิดว่าควรจัดหาผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆมาแทนจะดีกว่า เพราะจะได้ทั้งความเปรี้ยวหวานชื่นใจและ texture ตามธรรมชาติของผลไม้สดที่เป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของขนมอันมิตสึนะคะ 🌸 Murasaki Imo Kanten (90-) สายมันม่วงถูกใจสิ่งนี้ วุ้นคันเตนใสๆกรอบๆสดชื่น ยัดไส้ด้วยมันม่วงญี่ปุ่นกวนเนื้อเนียนๆหอมหวาน ทานเพลินดีทีเดียว 🌸 Yuzu Mochi Cheese (100-) หน้าตาไม่สะสวย แต่บอกเลยว่าฟินมากเว่อร์ แป้งโมจินุ่มหนึบย่างมาหอมๆเสิร์ฟอุ่นๆ ไส้ในเป็นชีสเยิ้มๆ ราดน้ำเชื่อมยูสุเปรี้ยวๆหวานๆ หอมส้มยูสุขึ้นจมูก อร่อยสุดๆไปเลย ชิ้นนี้เราปลื้มมม.. 🌸 Azuki Dango (70-) ขนมดังโงะเสียบไม้ โปะด้วยถั่วแดงกวน เสิร์ฟมาบนเตาฮิดะดูอลังการ (แต่ในเตาไม่ได้จุดไฟ ไม่ต้องกลัวลวกมือนะคะ) มีน้ำเชื่อมคุโรมิตสึแยกมาให้ ในแง่รสชาติก็โอเค เนื้อขนมดังโงะนุ่มเหนียวดี แอบเสียดายว่าเสิร์ฟมาแบบอุณหภูมิปกติทั้งตัวดังโงะและน้ำเชื่อม ถ้าอุ่นมาให้ด้วยจะถูกใจกว่านี้ค่ะ 🍵 Hot Japanese Premium Matcha (120-) ชามัทฉะที่นี่จะมี 2 เกรดให้เลือก คือ Classic และ Premium ซึ่งเราเลือกอย่างหลังค่ะ ทางร้านชงมาแบบชาบาง หรืออุสุฉะ (Usucha : 薄茶) ขมนำ ความหอมและความละมุนอยู่ในระดับกลางๆพอสมควรกับราคา เป็นโปรไฟล์รสชาติที่เหมาะจะนำมาจิบคู่กับขนมหวานดีทีเดียว นอกจากบรรยากาศร้านจะเชิญชวนให้มานั่งชิลล์ไปยาวๆแล้ว ด้านหน้าร้านอีกฝั่งหนึ่งยังจัดไว้สำหรับสั่งแบบ Take Home หรือ delivery ได้ด้วย ตกแต่งแบบญี่ปุ่นสวยไม่แพ้ด้านในร้าน สะดวกแบบไหนก็เลือกจัดกันได้ค่ะ ===================================== Inspired by Japanese tea houses or “Chaya” (茶屋), “Ji Matcha Tea Time” serves traditional Japanese desserts with Japanese green tea. Housed in a building covered with blue-green tiles, the shop is divided into two sections with a small Zen garden in the middle. Pick a seat by the window to admire the serene beauty of the garden, or pick a seat with round table and sunken floor for a “Japanese low table” mood. 🌸 Anmitsu: あんみつ (200 Bht) A refreshing Japanese dessert taken with ice, Anmitsu usually consists of agar, mochi, ice cream (it was green tea ice cream here), Kinako (roasted soybean flour), red bean paste, kuromitsu syrup, and fruits. Initially Ji’s choice of fruit was a fresh cherry. However, I was told that cherry was not available then, and they added an extra piece of coco – Kanten (coconut – flavored agar) instead. In my opinion, other in-season fruits should be a better substitution to cherry than a Kanten. Maybe next time I’ll be luckier. 🌸 Murasaki Imo Kanten (90-) This is a piece of clear, sweet agar or Kanten (寒天) with purple sweet potato paste stuffed in the middle. A good combination indeed. 🌸 Yuzu Mochi Cheese (100-) This dessert had the least beautiful presentation, but in terms of taste, it was the most impressive one in this visit. The mochi dumpling was stuffed with cheese, then roasted until it was warm and had fragrant charred marks on the surface. Then the zesty-sweet yuzu syrup was poured – perfect! 🌸 Azuki Dango (70-) The dango dumplings were served with red bean paste (Azuki) on top and paired with a jar of kuromitsu syrup. The Hida grill was great for presentation, but thankfully there was no real burning charcoal in it (that would be too dangerous considering that the table was rather small). The taste and texture were okay. I prefer to have my dango heated up (outside my table) and served with warm, gooey syrup the same way I had in a boat at Arashiyama years ago. But that’s just my preference. Even in Japan, not every place heats up their dango before serving. 🍵 Hot Japanese Premium Matcha (120-) The matcha served here was Usucha (薄茶) or thin tea. Fitting to the price tag, tasting notes were bitter, with moderate fragrance and umami-ness. Sencha and Genmaicha, and even coffee, are also available in the drink menu. ===================================== 📌 Address : 2 Nimmana Haeminda Rd Lane 13, Tambon Su Thep, Mueang Chiang Mai District, Chiang Mai 50200 📌 ที่อยู่ : 2 ถนน นิมมานเหมินท์ ซอย 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 🌎 Google Map : https://goo.gl/maps/mzN5gK49mKdqkgqY7 📞 Tel. +66819333715 📱 FB: https://www.facebook.com/Ji-Matcha-Tea-Time-110628533798958/ #Rettysep2021 เพิ่มเติม
8. Component Lab / นิมมาน pin icon ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ (ติดกับ Hotel Noir)
user icon
Achaya Israngkura
Component Lab – คาเฟ่ที่เปิดเมื่อราวกลางปีที่แล้วบนย่านถนนนิมมานนี้มี concept เป็น coffee bar ตอนกลางวัน และ cocktail bar ยามค่ำคืน ตกแต่งร้านไตล์ futuristic เท่ห์ๆ เน้นสีดำเป็นธีมหลักดูเรียบหรู ตัดกับแสงไฟนีออนสีขาวที่เรียงตัวโดดเด่นอยู่กลางร้านและลูกแก้วเรืองแสงบนเคาน์เตอร์บาร์ที่ชวนให้นึกถึงดวงจันทร์ เป็นบรรยากาศที่ดูลึกลับและเย้ายวนอยู่ในที มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจจนต้องขอแวะไปลองดูซักหน่อยล่ะค่ะ 🍷กาแฟ🍷 ที่นี่เสิร์ฟเฉพาะกาแฟ Cold Brew และ Cold Drip เท่านั้น โดยมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายชนิด จำแนกเป็น standard / rare / exotic ซึ่งทางร้านจะเปลี่ยนแปลงรายการเมล็ดกาแฟทุก 2 เดือน ไม่ให้จำเจค่ะ เราเลือกแก้วนี้มาลอง ➡️ Cold Drip เมล็ดกาแฟ : Ethiopia Yirgacheffe (120 Bht) Tasting Notes : Blueberry Candy and Citrus เลือกสั่งเป็นกาแฟ Cold Drip ซึ่งจะมีรสชาติที่เข้มข้นและชัดเจนกว่า Cold Brew เสิร์ฟในแก้วใสใส่น้ำแข็งเย็นสดชื่น tasting notes ชัดอย่างที่คาด ได้รส blueberry candy ที่คล้ายลูกอมซูกัส แทรกเปรี้ยวแค่บางๆ aftertaste เป็น chocolate อาจเพราะไปช่วงที่ทางร้านไม่ยุ่งมาก บาริสต้าเลยใจดีชงเมล็ดกาแฟตัวเดียวกันแบบ drip ร้อนใส่น้ำแข็งมาให้ชิมเปรียบเทียบ ตามหลักแล้วกาแฟดริปเย็นจะสกัดเอาน้ำมันและกรดออกมาจากกาแฟได้น้อยกว่าการดริปด้วยน้ำร้อน เมื่อชิมเทียบกันแล้วแก้วที่ drip ร้อนจึงมีความขมและได้ “กลิ่นกาแฟ” มากกว่า ในขณะที่ Cold Drip จะดึงความหวานตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้มากกว่า และมี tasting notes ที่เด่นชัดกว่ากันนั่นเอง ➡️ Rum Barrel, Washed ตัวนี้ยังไม่มีขาย แต่บาริสต้าแบ่งให้ลองชิม เป็นเมล็ดกาแฟที่ในขั้นตอนการหมัก (fermentation) นั้นได้นำ coffee berry ทั้งลูกไปหมักในถัง Rum Barrel ลองจิบแล้วหอมกลิ่นรัมปนกับกลิ่นกาแฟจริงเสียด้วย ออกมาเป็นรสชาติที่ซับซ้อนและมีความเฉพาะตัวสูงทีเดียว ถูกใจจนต้องบอกบาริสต้าว่าเอามาขายเท๊อะ (ในอนาคตอาจมีในเมนูก็ได้นะ) 🍹Mocktail🍹 แม้ Cocktail จะเสิร์ฟเฉพาะตอนค่ำ แต่ Mocktail นั้นมีให้สั่งได้ตลอดทั้งกลางวัน-กลางคืน เราเลือกสั่งแก้วนี้เลย ➡️ Jaunes : Peach, Jasmine, and Lemon (120 Bht) Mocktail สีเหลืองสมชื่อ รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ หอมมะลิแค่เบาๆ แต่งปากแก้วด้วยพีช 1 ชิ้น และ edible flower ที่ทางร้านบอกว่าเป็นดอกไม้ที่กินได้ แต่กินไปก็ไม่อร่อย (ฮา) เราเลยเขี่ยออก เป็นเครื่องดื่มที่องค์ประกอบไม่ซับซ้อน แต่ก็สดชื่นดีนะ โดยรวมแล้วเป็นร้านที่น่าสนใจทั้ง vibes และ concept มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายรวมไปถึงเมล็ดกาแฟหายากจากแหล่งต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คอกาแฟสายเย็นน่าจะถูกใจค่ะ ============================================ 📌 Address : 15/2 Nimman Road (Nimmanhaemin), between lane 3 and 5, 50200 Chiang Mai. 📌 ที่อยู่: 15/2 ถนนนิมมานเหมินท์ (อยู่ระหว่างปากซอยนิมมาน 3 และ 5), เชียงใหม่ 50200 🌎 Google Map: https://goo.gl/maps/4HoAgFd8uNuzVeay6 📞 Tel. +66653541614 ⏰ Coffee : 8.00 – 18.00 Cocktails : 18.30 – 00.00 #Rettyfamily #Rettyกรุงเทพ เพิ่มเติม
9. Finnland Republic / นิมมาน pin icon นิมมานเหมินท์ซอย 9 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
แวะมานั่งชิลล์ยามเช้าตรู่ที่ “Finnland Republic” – คาเฟ่เปิดใหม่บนถนนนิมมาน ซอย 9 ที่ดึงดูดเราด้วยกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจาก “Baristopia” และเบเกอรี่อบสดใหม่จาก “Delicious Destination” ตัวร้านมี 2 ชั้นใหญ่โตกว้างขวาง ตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และผ้า เน้นโทนสีอ่อนสไตล์ Scandinavian ที่ดูแล้วชวนให้รู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจ เราเลือกที่นั่งบนชั้น 2 ของร้าน ติดกับหน้าต่างกระจกโปร่งๆรับแสงแดดอ่อนๆ แล้วจัดมื้อเช้าเบาๆไปตามนี้เลยค่ะ ☕️-เครื่องดื่ม-☕️ แม้ชื่อของ Baristopia จะสื่อถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกาแฟ แต่เมนูเครื่องดื่มของทางร้านก็มีหลากหลายทั้ง coffee และ non-coffee ให้เลือกนะคะ สำหรับเราที่ยังไงซะก็ต้องจัดกาแฟรับอรุณทุกวันขอเลือกสั่งตามนี้เลย ➡️ Mustang (150 Bht) - หนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้านแก้วนี้เป็น Dirty ที่มีการโปรยผง dried espresso ไว้บนผิวหน้าด้วย ซึ่ง Dirty ของที่นี่จะไม่ใช้ espresso/ristretto shot อย่างร้านอื่นๆทั่วไป แต่ใช้เฉพาะ Aromatic oil droplets ที่กลั่นออกมาจากเมล็ดกาแฟเท่านั้น เน้นกลิ่นหอมเต็มๆ รสชาตินุ่มนวล พอเสริมด้วยความมันของนมและความหอมเข้มของผง espresso ที่โปรยมาก็ยิ่งได้กลิ่นหอมกาแฟกรุ่นอวล จิบทีนี่ฟินเคลิ้มไปเลย หลงรักแก้วนี้มากๆค่ะ ➡️ Hot Americano (80 Bht) – แก้วนี้คือซื้อกลับแบบ take away เบลนด์กลมๆ กลิ่นและบอดี้กลางๆ จิบได้เรื่อยๆ ไม่ได้โดดเด่นเท่าแก้วแรก แต่ก็ดีใช้ได้อยู่นะ 🥐-เบเกอรี่-🥐 หลักๆแล้วเท่าที่เห็นคือมีมาการองกับครัวซองต์ โดยมีหลายรสชาติให้เลือกค่ะ ➡️ Classic French Butter Croissant (75 Bht) – ทางร้านจะอุ่นให้เมื่อสั่ง ก็เลยต้องใช้เวลารอบ้างนะคะ เนื้อครัวซองต์ที่นี่จะเป็นสไตล์นุ่มนวลละมุนลิ้น ผิวนอกกรอบนิดๆ หอมเนยเต็มๆแต่ไม่แฉะเลี่ยน ชิมแล้วถูกใจเลยสั่งแบบซื้อกลับอีกชิ้นด้วย ทางร้านมีแนบใบสอนวิธีการอุ่นให้เรียบร้อย สะดวกดีทีเดียว ชื่อของร้านคือ “Finnland Republic” นี้เป็นการเล่นคำที่ทำให้นึกถึงประเทศฟินแลนด์ เข้ากับสไตล์การตกแต่งร้าน แต่ที่จริงแล้วมีความหมายแบบไทยๆว่าต้องการให้เป็นดินแดนแห่งความฟินของเหล่า café hoppers อีกด้วย ซึ่งจากที่ได้สัมผัสนี้ก็ต้องบอกว่าฟินจริงอะไรจริง กาแฟและครัวซองต์ดีงาม บรรยากาศชวนให้หลงรัก อยากแวะมานั่งทอดอารมณ์ชิลล์ๆไปนานๆเลยล่ะค่ะ 💕-โปรโมชั่นฉลองสัปดาห์แห่งความรัก-💕 จะมาเดี่ยวหรือมาคู่ก็จัดโปรฟินๆได้ตั้งแต่ 13-21 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ค่ะ โดยจับคู่เครื่องดื่มและ/หรือเบเกอรี่... 🥐➕☕️ 🥐➕🥐 ☕️➕☕️ ...แล้วจ่ายแค่ราคาเดียวแบบ 1 แถม 1 ไปเลยจ้า #Rettyกรุงเทพ เพิ่มเติม
10. นครา จาร์แด็ง / ช้างคลาน pin icon ซอยเจริญประเทศ 9 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
“Nakara Jardin” - ร้านสไตล์ French bistro ผสมผสานกับ Salon de Thé แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมปิงนครา (Ping Nakara Boutique Hotel & Spa) โดยมีเชฟปอม หรือคุณธนพล อัสวางกูร ซึ่งจบหลักสูตรด้านอาหารฝรั่งเศสและ patisserie จากสถาบัน Le Cordon Bleu มาเป็นเชฟใหญ่ค่ะ เราไปถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เป้าหมายจึงเป็นการไปทานขนม จิบกาแฟกันแบบเบาๆ ไม่ได้สั่งของคาวที่เป็นจานหลักกันนะคะ 🍰🍪- ขนม -🍪🍰 ➡️ Raspberry and Lemon Curd (140 Bht) ขนมชิ้นนี้ฐานเป็นเค้กสปันจ์นุ่มๆ ไส้ตรงกลางเป็น Lemon curd ชั้นบนเป็น Raspberry mousse แล้วท็อปด้วยซอสเบอร์รี่ ตกแต่งด้วย White Chocolate จัดลงจานเสิร์ฟพร้อมผลไม้สด รสชาติโดยรวมมีความเปรี้ยวอมหวานกำลังดี หอมกลิ่นมะนาวและราสพ์เบอร์รี่ชัดเจน texture ดี อร่อยถูกใจไม่มีอะไรจะติ ➡️ Raisin Scones with Cream and Strawberry – Raspberry Preserve (3 pcs. 180 Bht) เจ้าถิ่นแนะนำว่ามาร้านนี้ต้องลอง Scones เพราะเป็นขนม signature ของร้านที่โด่งดังจนถึงกับมีบริการจัดส่งทาง Kerry Express ไปยังกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆด้วยค่ะ ครั้งนี้มีโอกาสมาถึงที่ร้านทั้งที ก็ขอสั่งมาทานตอนอบเสร็จใหม่ๆเลยน่าจะฟินที่สุด ในชุดนี้มี Scones 3 ชิ้น เสิร์ฟมาแบบอุ่นนิดๆ เคียงมาด้วย Clotted Cream และแยมโฮมเมดสตรอเบอร์รี่ผสมราสพ์เบอร์รี่ ชิมแล้ว Scones คือดีใช้ได้เลยทีเดียว หอมเนย เนื้อขนมไม่แห้งฝืดคอ มีความกรอบนอกนุ่มในอยู่นิดๆ ส่วนแยมก็รสชาติชัดเจนสดชื่นไม่หวานเกินไป ได้เนื้อผลไม้เน้นๆ เด็ดจริงสมกับชื่อเสียงล่ะค่ะ ☕️- กาแฟ -☕️ ➡️ Hot Americano (90 Bht) ➡️ Hot Latte (105 Bht) แม้ชื่อร้านจะเป็น Salon de Thé แต่กาแฟที่นี่ก็ดีงามได้ใจ คั่วกลาง หอมชัด บอดี้กลางๆ Aftertaste ดี จิบลื่นคอ ไม่มีความขื่นความฝาดเลย ในส่วนของ Latte นั้นฟองนมนุ่มละเอียด สัดส่วนของนมกับกาแฟคือเป๊ะ ชอบค่ะ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ราวๆปี ค.ศ. 2012 จึงน่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆก่อนที่วงการ Café ในเชียงใหม่จะเบ่งบานมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้ร้านได้รับความนิยมมาตลอดระยะเวลายาวนานนั้น นอกเหนือจากเรื่องของรสชาติอาหารและขนมนานาชนิดแล้ว ยังเป็นเพราะบรรยากาศร้านที่สวยงามร่มรื่นแบบยากที่จะหาร้านอื่นๆเทียบเคียงได้ โต๊ะที่นั่งของทางร้านจะเป็น outdoor terrace ที่ด้านหนึ่งติดริมแม่น้ำปิง อีกด้านถูกโอบล้อมไว้ด้วยสวนสวยชอุ่มที่แม้จะปลูกพรรณไม้ไทยๆเป็นส่วนใหญ่ แต่การออกแบบนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดของ Claude Monet ให้อารมณ์เดียวกับสวนของฝรั่งเศส ดูน่ารื่นรมย์จนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้นแล้วนั่งชิลล์จิบเครื่องดื่ม-ละเลียดขนมไปยาวๆ จัดเป็นร้านหนึ่งในเชียงใหม่ที่สาย Café hoppers ต้องแวะเลยล่ะค่ะ #Nov2020 เพิ่มเติม
11. เฮือนม่วนใจ๋ / ถนนห้วยแก้ว pin icon ซอยราชพฤกษ์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
เฮือนม่วนใจ๋ - ร้านอาหารเหนือสไตล์ดั้งเดิมในตัวเมืองเชียงใหม่นี้เป็นของเชฟจรัญ ธิพึง ผู้สืบทอดสูตรอาหารที่ตกทอดจากรุ่นปู่ย่าตายายมากว่า 100 ปี สั่งสมประสบการณ์ทำงานที่ร้านอาหารในซิดนีย์ ออสเตรเลีย และเปิดร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นถึง 7 สาขา แถมยังได้ไปร่วมแข่งขันทำอาหารในรายการเชฟกระทะเหล็กมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2556 อีกด้วย เพราะฝีมือโดดเด่นขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านจะได้รับรางวัลมาทั้ง Michelin BIB Gourmand 2020 และ Wongnai Users’ Choice 2020 รวมไปถึงรางวัลในท้องถิ่นอื่นๆอีกมากมายเลยล่ะค่ะ ✅✅-เมนูที่สั่ง-✅✅ ➡️ ออเดิร์ฟเมือง (250-) จัดมาครบทั้งน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล หมูทอด ไส้อั่ว แคบหมู รสชาติดีทุกอย่าง แกงฮังเลนี่เนื้อหมูนุ่มละมุนซึมซับรสชาติเครื่องแกงเข้าเนื้อ หมูทอดไม่อมน้ำมัน ไส้อั่วก็หอมอร่อย แคบหมูกรอบใหม่ทานเพลินดีทีเดียวล่ะ ➡️ คั่วแคไก่ (120-) เนื้อไก่และผักผัดรวนกับเครื่องแกงแคที่ทั้งหอมแรงและเผ็ดร้อนได้ใจ อร่อยเข้มข้น ทานกับข้าวสวยร้อนๆนี่ฟินสุดๆไปเลย ➡️ คั่วเห็ดถอบใส่หมู (150-) เห็ดถอบกรอบๆผัดมาเผ็ดหน่อยๆหอมเครื่องปรุงเครื่องเทศ เป็นอีกจานที่ทานเพลินดีจริงๆ ➡️ แกงอ่อมหมู (100-) เทียบกับจานอื่นๆแล้วรสชาติเครื่องแกงจะอ่อนกว่า เป็นความอร่อยแบบกลมกล่อมที่ก็ถูกใจไปอีกแบบเลยนะ ➡️ น้ำพริกน้ำปู๋ (80-) รูปในเมนูเหมือนจะให้ทานกับหน่อไม้ แต่วันที่ไปคงหมด เลยเสิร์ฟมากับเห็ดนางฟ้านึ่งแทนนะคะ ตัวน้ำพริกน้ำปู๋ได้กลิ่นรสของปูค่อนข้างชัด ว่าไปแล้วก็คล้ายๆ Kani Miso ของญี่ปุ่นอยู่นิดๆ แต่มีรสชาติของพริกเขียวและเครื่องปรุงต่างๆเพิ่มเข้ามาจนเป็นรสชาติเฉพาะตัว จิ้มทานกับเห็ดนึ่งก็เข้ากันดีทีเดียว ➡️ ข้าวซอยเนื้อ (85-) / ไก่ (65-) เป็นข้าวซอยที่ทำให้เราทึ่งมาก เพราะมีความพอดิบพอดีในเรื่องความข้นของน้ำแกงที่ไม่ได้หนักเลี่ยนกะทิแตกมันมากมายจนเกินไป แต่ก็ไม่ใสจ๋องแจ๋งจนหมดรสชาติ เป็น texture ที่คล้ายซุปข้นของฝรั่งอยู่นิดๆแต่ยังคงความเป็นแกงกะทิไทยๆอยู่ เป็นจุดสมดุลแบบที่หาร้านอื่นเทียบยาก ส่วนรสชาติคือครบองค์ประกอบจริงๆ มีความกล้าที่จะใส่รสหวานลงไปด้วยแต่ออกมาอร่อยลงตัว โชว์ทักษะและความละเมียดในการปรุงรสของเชฟได้ชัดเจน ที่สำคัญชิ้นเนื้อวัวที่ใส่นั้นสวยงามเกินราคามาก เป็นส่วนของเนื้อวัวที่ดูปุ๊บก็รู้ว่าคัดมาอย่างดี ชิ้นหนา หมักนุ่มละลายในปาก ไม่ติดเอ็นติดพังผืดใดๆ บอกเลยว่าสายเนื้อต้องมาโดน ส่วนข้าวซอยไก่ใช้เนื้อไก่ส่วนน่อง แม้จะนุ่มดีตามมาตรฐานแต่ไก่ก็คือไก่ เทียบกันแล้วเลยไม่โดดเด่นเท่าข้าวซอยเนื้อนะคะ ➡️ ขนมจีนน้ำเงี้ยว (50-) ราคาเท่า street food แต่ได้ขนมจีนน้ำเงี้ยวที่เครื่องแกงหอมๆ ใส่ซี่โครงหมูเป็นชิ้นๆเนื้อหนาๆ และหมูสับที่ก็ไม่ได้ปนมันเยอะจนเกินไป เลือดหมูนุ่มหนึบพอดิบพอดี อร่อยคุ้มเว่อร์บอกเลย ➡️ ไข่เจียวหมูสับ (60-) เชฟฝีมือดีๆนี่ขนาดแค่เมนูเบสิคๆอย่างไข่เจียวหมูสับก็ยังทำออกมาได้เป๊ะปัง เห็นความแตกต่างจากร้านทั่วๆไปได้ชัดเจน ไข่เจียวฟูหนา ผิวนอกเรียบกริบกรอบสม่ำเสมอกันหมด เนื้อในหนานุ่ม ไม่อมน้ำมัน ฟินเต็มปากเต็มคำค่ะ โดยรวมแล้วขอสรุปง่ายๆเลยว่าอาหารอร่อยทุกอย่าง บรรยากาศสวยงามมีทั้งที่นั่ง outdoor ให้ได้ชมสวนสวยร่มรื่น และที่นั่งในห้องแอร์ที่ตกแต่งแบบเรือนทางเหนือแท้ๆ ราคาเทียบกับคุณภาพและรสชาติอาหารนี่คือดีงามสุดๆ หลายๆจานราคาแทบไม่ต่างจากร้านบ้านๆตามข้างทาง แต่ใช้วัตถุดิบอย่างดี มีฝีมือการปรุงที่ประณีต ไม่แปลกใจที่กลายเป็นร้านยอดนิยมที่กวาดรางวัลมามากมาย มาเชียงใหม่ต้องแวะไปอย่าให้พลาดค่ะ #Nov2020 เพิ่มเติม
12. ริสเทรตโต้ / นิมมาน pin icon ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่
user icon
Achaya Israngkura
Ristr8to - ร้านกาแฟที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 นี้จัดได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆของวงการ Third Wave Coffee ในเชียงใหม่ สร้างชื่อเสียงมายาวนานจนเรียกได้ว่าเป็นระดับตำนาน เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ทั้งที เราก็เลยต้องปักหมุดขอแวะดูซักทีล่ะค่ะ แม้ร้านจะเล็ก คนจะแน่นอยู่ตลอด แต่ก็คุ้มที่จะลองนะ ☕ จากชื่อร้านนั้นเดาได้ไม่ยากว่าเป็นร้านที่เน้นกาแฟแนว Espresso-based coffee แต่เพิ่มความเข้มข้นหอมกรุ่นให้กับกาแฟแต่ละเมนูโดยใช้ Doppio Ristretto เป็นเบสแทนการใช้ Espresso shot ตามปรกติ ความน่าสนใจคือนอกจากเมล็ดกาแฟในร้านจะคัดสรรมาจากทุกทวีปทั่วโลกแล้ว เมนูกาแฟในร้านก็นำเสนอวัฒนธรรมกาแฟของหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Cortado ของสเปน, Gibralta ของ San Francisco, หรือ Marocchino จาก Alessandria ...ฯลฯ ก็ถูกนำมาใส่ในเมนูไว้ให้สั่งได้ในร้านเดียวนี่เลย แต่สำหรับครั้งแรกที่มาลองนี้ขอสั่งตัวเบสิกที่คุ้นเคยก่อนค่ะ ➡️ Long Black – เมล็ดกาแฟที่ใช้จะเป็นตัว Ristr8to Blend ซึ่งเป็นส่วนผสมของเมล็ดกาแฟจาก 3 ทวีป คือ Ethiopia, Papua New Guinea และ Brazil ยกมาเสิร์ฟนี่คือกลิ่นหอมเด่นมาก crema สีทองเนียนละเอียดงดงามที่สุด Full-bodied, tasting notes เป็น Berry ผสม Chocolate ที่มีความ Nutty ตามมาแค่จางๆ Aftertaste กรุ่นอวล เราชอบมากจนต้องขอซื้อเมล็ดกาแฟบดกลับมาด้วยถุงนึง ชงทีงี้หอมไปทั้งบ้านจริงๆ ➡️ Flat White – เมล็ดกาแฟตัวเดิม ชงแบบ Flat White ก็ได้ฟองนมนุ่มนวลเนียนละเอียดไร้ที่ติ ทำ Latte Art ลายทิวลิปกับใบไม้มาคมชัดพอใช้ แต่เผลอตัวจิบไปทีนึงก่อนถ่ายรูปจ้า แก้วนี้ก็ฟินจริงจังไม่แพ้แก้วแรกเลยนะ 🏆🥇ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ก็คือผู้ก่อตั้งร้าน – คุณอานนท์ ธิติประเสริฐ (ต๋อง) นั้นเป็นบาริสต้าสายแข่งที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย และเป็นบาริสต้าจากประเทศไทยคนแรกที่ได้อันดับ 1 ในการแข่งขัน World Latte Art Championship ที่ Budapest, Hungary ในปี 2017 ทราบมาว่าปัจจุบันนี้ Ristr8to ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของแล้ว จากที่ได้ชิมดูกาแฟก็มีรสชาติดีถูกใจมากๆ (บอกไม่ได้ว่าเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะเพิ่งมาลองครั้งแรกค่ะ) แต่ Latte art ค่อนข้างธรรมดา (ตามภาพ) อาจเพราะเราไม่ได้ขอให้ทำลวดลายอะไรให้เป็นพิเศษก็ได้ ส่วนใครที่ติดใจหรืออยากลองฝีมือคุณอานนท์ ก็สามารถตามไปชิมได้ที่ร้าน Roast8ry Lab (ชื่อเดิมคือ Ristr8to Lab) ที่อยู่ใกล้ๆกันได้นะคะ #Friendlysep เพิ่มเติม

พื้นที่ทั้งหมด

ประเภทอาหารทั้งหมด