มื้อเย็น

Indus – ร้านอาหารอินเดียที่เปิดมายาวนานเกือบ 15 ปีแห่งนี้จัดว่าเป็นร้าน Fine dining ที่มีชื่อเสียงดีงามอันดับต้นๆของวงการอาหารอินเดียในกรุงเทพฯเลยล่ะค่ะ กวาดรางวัลมาแล้วหลายสถาบัน รวมถึง Michelin Plates ด้วย กับครั้งนี้เมื่อทางร้านมาร่วมออกดีล Bangkok Restaurant Week 2019 เราก็เลยได้โอกาสไปลองดูซักทีค่ะ ****-Profile-**** ทางร้านเชี่ยวชาญอาหารสไตล์ Mughlai Cuisine ซึ่งมีต้นกำเนิดจากช่วงยุคของจักรวรรดิ์โมกุลในศตวรรษที่ 16 และเป็นที่นิยมกันทั่วไปในประเทศอินเดียทางตอนเหนือ ปากีสถาน และบังคลาเทศ Mughlai Cuisine นั้นได้รับอิทธิพลจากอาหารของทวีปเอเชียตอนกลางและอาหารเปอร์เซีย (อิหร่าน) เป็นการผสมผสานอาหารทั้งของชาวฮินดูและมุสลิมเข้าด้วยกัน เนื้อสัตว์ที่ใช้จึงไม่มีเนื้อวัวหรือเนื้อหมู นิยมใช้นม เนย โยเกิร์ตเป็นองค์ประกอบ ร่วมกับการปรุงด้วยเครื่องเทศชนิดต่างๆตั้งแต่ที่มีรสอ่อนๆไปจนถึงเผ็ดร้อน จัดเป็นอาหารอินเดียสไตล์ชาววังที่เข้ากับภาพลักษณ์ของร้านได้ดีเลยล่ะค่ะ สำหรับ Executive Chef คนปัจจุบัน คือ Chef Amit Kumar นั้นมีประสบการณ์มาจากร้านอาหารชั้นนำในอินเดียหลายแห่ง นอกจากจะคงเมนูอาหารสไตล์ Mughlai ที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว เชฟยังได้เพิ่มเมนูอาหารพื้นเมืองอื่นๆจากทั่วอนุทวีปอินเดียเข้ามาด้วย ทำให้อาหารที่ร้านมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม น่าสนใจทีเดียว ****- Bangkok Restaurant Week 2019 (Set ราคา 999++ บาท) -**** [Complimentary from Chef Side] • Papadum / Pickled Onion / Mango Chutney /Tamarind Chutney / Mint Chutney ชุดของทานเล่นที่นำมาวางไว้กลางโต๊ะให้แชร์กันทานกรุบกริบนี้เป็น Papadum กับเครื่องเคียงเครื่องจิ้มถึง 4 ชนิด จะทานเล่นเพลินๆหรือใช้ทานกับอาหารคอร์สอื่นๆ (เช่นอาหารจานเนื้อจำพวกของย่างต่างๆ) ก็ช่วยเตัดรสกันได้เหมาะเจาะค่ะ ในเซ็ทประกอบด้วย : - Papadum – จัดมาทั้งแบบทอดและแบบย่าง ชิมดูแล้วเราชอบแบบทอดที่ทั้งบางเฉียบกรอบกริ๊บและมีกลิ่นหอมคล้ายข้าวเกรียบมากกว่าแบบย่างที่ค่อนข้างจะแข็งกว่านะ - Pickled Onion – หอมแดงลูกกลมๆ ที่ดองด้วยน้ำส้มสายชูจนนุ่มและมีรสอมเปรี้ยวอมหวานนี้เป็นของแกล้มที่นิยมกันทางอินเดียตอนเหนือ ของที่นี่ก็ดองเข้าเนื้อได้ที่ดีทีเดียวล่ะ - Mango Chutney – สูตรของที่นี่จะทำจากมะม่วงสุก มีรสหวานนำ ไม่เผ็ด และไม่ได้เปรี้ยวมากนัก กลิ่นเครื่องเทศบางเบาทานสบายค่ะ - Tamarind Chutney - กลิ่นรสมะขามชัดเจนอมหวานอมเปรี้ยว เป็น dip ถ้วยโปรดของหลายๆคนเลย - Mint Chutney – เป็น Chutney ที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นใบมิ้นต์ปั่นละเอียด ของที่นี่รสชาติแบบเย็นๆสดชื่นไม่ได้ปรุงให้เผ็ดร้อนนะคะ [Amuse Bouche of the Day] • Papdi Chaat (หรือ Papri Chaat) - เป็น Street Food ที่พบได้ทั่วไปในอินเดียทางตอนเหนือ – ประกอบไปด้วยแผ่นข้าวเกรียบทอดกรอบหรือ “Papri” ที่ทำจากแป้งถั่ว โรยหน้าด้วยถั่ว Chick Pea, มันฝรั่งต้มหั่นเต๋า, ราดด้วยโยเกิร์ต, Tamarind Chutney และ Mint Chutney จัดใส่จานมาเป็นคำๆดูสวยงามประณีตกว่าที่เห็นตามร้านทั่วไป อร่อยถูกใจใช้ได้เลย [Appetizers] • Chicken Malai Kebab – เนื้ออกไก่เนียนแน่นไร้กระดูก เอามาหมักจนนุ่มด้วยโยเกิร์ต ครีม ชีส กระวานและเครื่องเทศต่างๆ แล้วย่างถ่านมาในเตา Tandoor จนหอมกรุ่น ชิมดูแล้วกลิ่นรสเครื่องเทศหอมชัดเจนดี ทักษะการย่างถือว่าดีเลิศ รสชาติจะเค็มนำอยู่หน่อยๆ ตามธรรมดาของอาหารอินเดีย ทานกับ Mint Chutney และ Tamarind Chutney เข้ากันดีค่ะ • Ajwaini Fish Tikka – เนื้อปลากะพงขาวสดๆแน่นๆจากอ่าวไทย นำมาหมักกับ “Ajwain” (Carom Seed) , Hung Curd (โยเกิร์ตที่กรองเอาน้ำออก) พริกเหลือง และ Garam Masala สูตรของทางร้าน ทั้งกลิ่นและรสชาติค่อนข้างคล้ายคลึง Chicken Malai Kebab เราชอบความแน่นเนียนของเนื้อปลาที่ไม่มีกลิ่นคาวปลาให้รู้สึกเลย มีแต่ความหอมกลิ่นเครื่องเทศและกลิ่นจากการย่าง จัดว่าทำได้ดีเลยนะ • Tandoori Creamy Broccoli – เมนูนี้นำผัก Broccoli ของโครงการหลวงมาหมักด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์บด ครีม และชีส ก่อนจะปรุงรสด้วยผงกระวาน (Cardamom Powder) แล้วย่างในเตา Tandoor รสชาติจะอ่อนๆ กลิ่นเครื่องเทศเบาๆ แต่ครีมมี่เข้มข้น ทานสลับเบรคความเค็มและรสร้อนของเครื่องเทศจาก 2 เมนูแรกได้ดีค่ะ [Main Course] เป็นถาลี (Thali) ชุดย่อมๆที่ประกอบไปด้วยแกงใส่เนื้อสัตว์ (เลือกได้ 1 อย่างจาก 3 ตัวเลือก) แกงถั่ว (Daal) ข้าว Pulao (Pilaf) คลุกถั่วลันเตา, Garlic Naan, แกงมะเขืออ่อน (Khatte Baingan) และ แผ่นโรตีที่โรยสะระแหน่สับบด (Pudina Parantha) สำหรับแกงที่มีเนื้อสัตว์ มีตัวเลือกตามนี้ค่ะ (เลือกได้ 1 อย่าง) : • Mutton Rogan Josh - ในเมนูของร้านจะเป็นเนื้อแพะ แต่สำหรับวันที่ไปนี้พนักงานแจ้งว่าเป็นเนื้อแกะค่ะ ใส่มา 2 ชิ้นเล็กๆ หมักมาจนนุ่มละมุน ไม่มีกลิ่นสาบแม้แต่น้อย เบสของแกงเป็นโยเกิร์ต ปรุงรสด้วยหัวหอม ผงขิง และพริกป่นแดงจากรัฐแคชเมียร์ กลิ่นเครื่องแกงหอมขึ้นจมูก เผ็ดใช้ได้เลย • Malabar Prawn Curry – แกงกะทิใส่กุ้งตัวตู้มๆ เคี่ยวกับหัวหอมและมังคุดป่า (Kokum) จากรัฐ Kerala ชิมแล้วรสชาติคล้ายหน้าตั้งของไทยเรามากมาย เพียงแต่ไม่ได้ใส่หมูสับกับผักชีเท่านั้นเองล่ะ • Chicken Tikka Masala – เป็นเนื้อไก่รมควัน น้ำแกงปรุงรสด้วย Masala ที่ผสมหัวหอมและมะเขือเทศค่ะ สำหรับเมนูอื่นๆที่จัดมาในชุด Thali จะเหมือนๆกันหมด ได้แก่ : • Daal – แกงถั่วอินเดียของที่นี่ไม่ได้เนียนมาก ยังมีสัมผัสของเม็ดถั่วบด (Black Lentil) พอให้รู้สึกได้ รสค่อนข้างอ่อน ส่วนตัวแล้วเราชอบให้ Texture ของแกงเนียนและข้นกว่านี้ รวมถึงรสชาติที่ชอบให้เข้มกว่านี้อีกนิดนะคะ • Khatte Baingan - แกงมะเขืออ่อน (Baby Eggplant) ปรุงกับหอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ โยเกิร์ต และเครื่องเทศ กลมกล่อมหอมอวลดีทีเดียว • Garlic Naan และ Pudina Parantha - เสิร์ฟมาร้อนๆอุ่นๆ จิ้มกับแกงชนิดต่างๆทานเพลินดีทีเดียว หรือจะทานแกงกับข้าว Pilau ก็ฟินไปอีกแบบนะ [Dessert] • Chocolate Lava Cake and Kulfi - ครั้งนี้มาทานกันหลายคน เลยได้เห็นว่าเค้ก Chocolate Lava นั้น บางอันแม้จะผ่าแล้วก็ไม่มีลาวาไหลเยิ้มออกมาเลย แต่บางอันก็ทำได้สมบูรณ์แบบ เจาะปุ๊บลาวาไหลเยิ้มได้รสชาติของช็อกโกแลตเข้มข้นหวานหอมกำลังดี สรุปได้ว่าสูตรนั้นดีแล้วแต่ยังมีปัญหาเรื่องฝีมือไม่นิ่งบ้าง ส่วน Kulfi หรือไอศกรีมสไตล์อินเดียที่เสิร์ฟคู่กันมาคือดีงามมากมาย เนื้อละเอียดเนียนนุ่มแต่ไม่ครีมมี่เกินไป หอมเครื่องเทศเบาๆพอให้สดชื่น ปลื้มปริ่มสุดๆค่ะ จัดว่าเป็น Kulfi ที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมาเลย [Drink] • Apple Cider จากอังกฤษ - เครื่องดื่มพิเศษสำหรับดีลนี้เท่านั้น Apple Cider หอมๆอมเปรี้ยวอมหวาน ซ่าแอลกอฮอล์เบาๆ เข้ากับอาหารอินเดียชุดนี้ได้ดีไม่แพ้ Lassi เลยนะจะบอกให้ ในภาพรวมแล้วแม้จะมีการพลาดเรื่อง Chocolate Lava Cake เข้าเต็มๆ แต่อาหารส่วนใหญ่ก็จัดว่ามีคุณภาพดี รสชาติใช้ได้ การบริการดูสุภาพและเอาใส่ใจ บรรยากาศสวยงามชวนตะลึงตั้งแต่ซุ้มประตูไม้สลักที่เป็นของโบราณจากรัฐราชสถาน รูปภาพที่ประดับไว้ตามผนัง และงานศิลปะที่ตกแต่งตามมุมต่างๆ ทำให้เป็นมื้อที่น่ารื่นรมย์ทีเดียวค่ะ #Halloween2019

  • 12
  • 0
19/10/30

Other Reviews