มื้อกลางวัน

เคยทราบมาว่าที่แห่งนี้ มีซอมเมอลิเย่ด้านไวน์ที่เก่งกาจที่สุดในไทยอยู่ด้วย แต่ช่างเถอะ รอบที่มาครั้งนี้แค่ได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นก็ดีมากแล้วครับ ห้องอาหารซูมะ เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมเซนต์รีจิส ที่เล่าเรื่องราวความสงบอบอุ่นคล้ายๆวิถีแห่งเซ็น แต่สังเกตรายละเอียดในแต่ละจุดนั้น ดีไซน์ออกมาอย่างตั้งใจและใช้วัสดุแบรนด์ราคาแพง หรูหรา ทั้งหมดนี้กลมกลืนและไม่ทำให้รู้สึกกดดันหรือเข้าถึงยากแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นโซนนั่งไพรเวท โซนรับลมด้านนอก หรือบริเวณบาร์ เริ่มมื้ออาหารด้วย ‘ซาชิมิโมริอาวาเสะ’ หรือปลาดิบรวมสามชนิดคัดพิเศษ ตัวเนื้อปลาแสดงความเป็นที่สุดของวัตถุดิบได้ควรค่าแก่การลิ้มลอง ใช้ปลายตะเกียบแตะโชยุแล้ววางลงบนเนื้อเพียงเล็กน้อย หรือจะใช้วาซาบิขูดสดแตะบางๆเพื่อทวีคูณการรับรู้ก็ได้ ไล่เรียงลำดับต่อด้วย โทคุเซ็นนิกิริ (นิกิริห้าชนิดคัดพิเศษ) กับ ฮามะจิคามะโนะชิโอยากิ (แก้มปลาฮามะจิย่างเกลือเสิร์ฟกับไชเท้าดอง) ตรงนี้ยังคงสไตล์อาหารญี่ปุ่นที่เน้นความสูงสุดที่วัตถุดิบอยู่ เนื้อปลาแต่ละชนิดอยากสั่งซ้ำอีกแต่กลัวได้กินไม่เยอะ เหมือนจะเริ่มด้วยเมนคอร์ส เป็น กิวโนะทาทากิ (เนื้อทาทากิแล่บางราดซอสซูสุโคชู) ที่กระตุ้นความอยากขึ้นอีก กับ กิวฮิเระซูมิบิยากิคารามิซึเกะ (สเต็กสันในย่างราดซอสหวานโรยงาและต้นหอม) ตัวเนื้อสเต็กที่ใช้นั้นนุ่มจนมื้ออาหารลื่นไหลจนลืมไปเลยว่านี่คือเนื้อวัว ความหวานและกลิ่นหอมที่ทำให้จมูกไม่อยากลืมกลิ่นย่างเคล้างาและควันไฟ จบด้วยของหวานอย่าง พีชเชื่อมน้ำมะลิกับสตรอวเบอรีป่า และซอร์เบต์พีช ตัวสตรอเบอรีป่านั้นแปลกออกไปจากสตรอเบอรีที่เคยกินจริงๆ รสชาติเข้มและมีความหอมแรงกว่าในร่างก้อนจิ๋วๆ หอมด้วยพีชและคลุ มอารมณ์ให้ผ่อนคลายจากมะลิ และ เค้กกล้วยหอมชาเขียวที่เสิร์ฟกับไอศกรีมกะทิและซอสท็อฟฟี่ เป็นมื้ออาหารญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย สอดแทรกด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าที่จะสนุกกับแนวคิดใหม่ในการนำเสนอ เมนูแต่ละอย่างนั้นไม่ใหญ่ แต่เมื่อจบมื้อก็รู้สึกอิ่มพอดี ตลอดมื้อก็ยังมีเครื่องดื่มสะระแหน่ ชื่อว่า โนริซัง (ม็อกเทลสะระแหน่, สัปปะรด, เสาวรส และน้ำส้ม) เข้ากันกับอาหารไ้ด้เป็นอย่างดี ไม่จำกัดว่าจะต้องคงไว้ที่ชาเขียวร้อนเสมอไป เป็นมื้อที่ดีมากมื้อหนึ่งจริงๆ

  • 3
  • 0
20/09/03

Other Reviews